ถังบำบัดน้ำเสียคืออะไร

ถังบำบัดน้ำเสีย

ถังบำบัดน้ำเสียคืออุปกรณ์ที่ใช้ในการบำบัดน้ำเสียจากครัวเรือนหรือชุมชน โดยใช้จุลินทรีย์เข้ามาช่วยในการย่อยสลายกากตะกอนและกรองน้ำให้สะอาดก่อนปล่อยสู่สาธารณะ ถังบำบัดน้ำเสียมีหลายรูปแบบและขนาด ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้งานและพื้นที่ติดตั้ง แต่ส่วนใหญ่จะใช้วัสดุที่มีความแข็งแรงและทนทาน เช่น HDPE หรือ PVC ถังบำบัดน้ำเสียมีประโยชน์มากต่อสิ่งแวดล้อม เพราะช่วยลดปริมาณของน้ำเสียที่เป็นต้นเหตุของมลพิษน้ำ และประหยัดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาระบบบำบัดน้ำเสีย 

วิธีการติดตั้งและใช้ถังบำบัดน้ำเสีย

การติดตั้งและใช้ถังบำบัดน้ำเสียมีขั้นตอนดังนี้

  • ขุดหลุมให้กว้างและลึกเพียงพอสำหรับตัวถัง และรองก้นหลุมด้วยทรายหยาบหรือคอนกรีต หากดินอ่อนเหลวหรือมีน้ำใต้ดินสูง ควรตอกเสาเข็มเพื่อรองรับน้ำหนักและป้องกันการทรุดตัว
  • นำถังบำบัดน้ำเสียเข้าไปวางในหลุม โดยใช้วิธีการยกด้วยคน การกลิ้ง หรือการยกหิ้ว ขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนักของถัง ควรระวังอย่าให้ถังกระแทกหรือเกิดรอยแตก
  • ติดตั้งถังให้อยู่ในระดับเดียวกับท่อที่ออกมาจากตัวบ้าน และต่อท่อระบายอากาศให้เรียบร้อย หากติดตั้งถังต่ำกว่าระดับดิน ควรก่ออิฐมอญขึ้นมาต่อจากปากถัง และเทคอนกรีตรัดฝาถัง
  • เติมน้ำให้เต็มถัง และกลบด้วยทรายให้เต็ม ระหว่างการกลบควรรดน้ำให้ชุ่ม และเติมน้ำในถังให้เท่ากับปริมาณทรายด้านนอก น้ำภายในถังจะช่วยให้เกิดความสมดุลและป้องกันการเกิดแรงกดดัน
  • ใส่หัวเชื้อจุลินทรีย์ในฝั่งที่มีตัวกรองชีวภาพ หรือหากต้องการกระตุ้นประสิทธิภาพในการบำบัด เมื่อใช้ไปแล้วให้ใส่หัวเชื้อในคอห่าน และหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีกรด ด่าง หรือกัดรุนแรงในทันที

 

ขนาดของถังบำบัดน้ำเสีย

ขนาดของถังบำบัดน้ำเสียขึ้นอยู่กับจำนวนผู้อยู่อาศัยในบ้าน ปริมาณน้ำเสียที่ผลิตขึ้น และเวลาที่ใช้ในการบำบัดน้ำเสีย มีสูตรการคำนวณดังนี้

ขนาดถังบำบัดน้ำเสีย (ลิตร) = จำนวนผู้อยู่อาศัย X ปริมาณน้ำเสีย (ร้อยละ 80 ของปริมาณน้ำใช้ต่อวัน) X เวลาที่ใช้บำบัด (เฉลี่ย 2 วัน)

ตัวอย่างเช่น ถ้าในบ้านมีคนอาศัยอยู่ 3 คน และใช้น้ำเฉลี่ย 200 ลิตรต่อคนต่อวัน ขนาดของถังบำบัดน้ำเสียที่เหมาะสมคือ 1,000 ลิตร (3 X 0.8 X 200 X 2 = 960) 

ข้อดีของถังบำบัดน้ำเสีย

ถังบำบัดน้ำเสียมีข้อดีหลายประการค่ะ ตามที่ผมค้นหาจากเว็บไซต์ต่างๆ ได้แก่

  • ช่วยลดมลภาวะที่เกิดจากน้ำเน่าเสียลงได้ โดยการกรองสิ่งสกปรกและตะกอนออกจากน้ำก่อนปล่อยลงสู่ลำน้ำธรรมชาติ
  • คุณภาพของน้ำทะเลดีขึ้น โดยการปล่อยน้ำที่บำบัดแล้วสู่สาธารณะ ทำให้ผู้คนสามารถเล่นกีฬาทางน้ำและเล่นน้ำทะเลได้อย่างปลอดภัย
  • ลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่าย โดยการนำน้ำที่บำบัดแล้วกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง โดยเฉพาะกับโรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม คอนโด ซึ่งเป็นการช่วยลดการใช้ทรัพยากรและประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น
  • ลดภาวะขาดน้ำในชุมชมได้ โดยการนำน้ำที่บำบัดแล้วสู่สาธารณะ ทำให้ชุมชนที่มีการประกอบอาชีพเกี่ยวกับน้ำหรือการทำเกษตรได้มีน้ำคุณภาพดีที่ใช้ได้อย่างพอเพียง

นอกจากนี้ ถังบำบัดน้ำเสียยังมีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม เพราะช่วยลดปริมาณของน้ำเสียที่เป็นต้นเหตุของมลพิษน้ำ และประหยัดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาระบบบำบัดน้ำเสีย

ผลกระทบของการไม่มีถังบำบัดน้ำเสีย

ถ้าไม่มีถังบำบัดน้ำเสีย จะเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์ได้หลายประการ 

  • น้ำเสียที่ไม่ได้รับการบำบัดจะมีสีและกลิ่นที่น่ารังเกียจ ไม่สามารถใช้อุปโภคและบริโภคได้ และเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตทั้งในน้ำและในบริเวณใกล้เคียง
  • น้ำเสียที่ไม่ได้รับการบำบัดจะทำให้เสียความสมดุลทางธรรมชาติ เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม ลดปริมาณของออกซิเจนในน้ำ และเปลี่ยนแปลงค่า pH ของน้ำ
  • น้ำเสียที่ไม่ได้รับการบำบัดจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อโรคและเป็นพาหนะนำโรคต่าง ๆ สู่มนุษย์ สัตว์ และพืช เช่น ไข้เหลือง ไข้ไทฟอยด์ ไข้หวัดนก โรคไข้เลือดออก โรคอหิวาตกโรค โรคไตอักเสบ โรคตับอักเสบ โรคผิวหนัง และโรคตา
  • น้ำเสียที่ไม่ได้รับการบำบัดจะทำลายทัศนียภาพ โดยเฉพาะแหล่งน้ำที่ใช้ในการคมนาคมและแหล่งท่องเที่ยว ลดความน่าอยู่ของชุมชน และลดรายได้จากการท่องเที่ยว
  • น้ำเสียที่ไม่ได้รับการบำบัดจะเป็นปัญหาต่อกระบวนการผลิตน้ำประปา ทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงคุณภาพน้ำเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคติดเชื้อจากการดื่มน้ำประปา

ดังนั้น การมีถังบำบัดน้ำเสียเป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อการรักษาสภาพและคุณภาพของแหล่งน้ำ และป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์

 

 

 

 

 

 

 

 

Visitors: 260,716